INDEPENDENT MOTORCYCLE CULTUREBANGKOK, THAILAND / EST. 2005

WEBSITE FOR RIDER WHO’S ENTHUSIASM IN MOTORCYCLE LIFESTYLE

THE ORIGINAL PLAYGROUND · SINCE 2005

HDP SHOPเข้าสู่ระบบ

6 สิ่งที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ 2017 HARLEY-DAVIDSON STREET ROD

6 สิ่งที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ 2017 HARLEY-DAVIDSON STREET ROD

สำหรับ Harley-Davidson ที่หลายๆคนคุ้นเคยนั้นก็เป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ที่มีไลน์การผลิตหลักคือ Cruisers และ Touring ออกมาให้เหล่าสาวกได้สัมผัส แต่ในความเป็นจริงแล้วในแง่ธุรกิจก็ต้องให้ความสำคัญกับตลาดโลกที่ต้องการมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบาลง ในขณะที่ Street Glide ยังคงทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องใน US แต่ Street 500 และ Street 750 นั้นจะมีบทบาทมากกว่าตลาดโลกซึ่งทั้งสองโมเดลจะสามารถดึงดูนักขี่ที่กำลังสับสนและเลือกไม่ถูกระหว่าง Sportster Dyna หรือว่า Softail

 

ในทางเทคนิคแล้ว Street Rod ก็คือ Street 750 ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้นมันมีอะไรที่มากกว่าคำว่า “ปรับปรุง” และทันทีที่เปิดตัว Street Rod ก็สามารถเปลี่ยนมุมมองของเหล่าสาวกตัวจริงที่มักจะออกมาคิดค้านหรือตำหนิในสิ่งที่พวกเขาไม่พอใจแม้ว่าโปรเจ็คใหม่ใดๆจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งการที่ Harley ต้องการที่จะสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับมอเตอร์ไซค์สปอร์ตไปพร้อมกับการรักษาเอกลักษณ์ที่แท้จริงของแบรนด์เอาไว้ก็ดูเหมือนจะได้ผลเป็นอย่างดีและยังมีบางสิ่งที่ใครหลายๆอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับโมเดลนี้

 

ไทม์ไลน์

โปรเจ็ค Street Rod เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2013 เนื่องจากมีเสียงตอบรับที่ดีจากเหล่าสาวกที่มีต่อโมเดลคอนเซปท์ RDX800 และทาง Harley-Davidson ใช้เวลาพัฒนา Street Rod เป็นเวลา 3 เต็มโดยเลือกเอา RDX มาเป็นต้นแบบ

 

เครื่องยนต์และแชสซี

การติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ High Output Revolution X นั้นช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับ Street Rod ได้อย่างชัดเจน ซึ่งกำลังมหาศาลนี้มาจากลูกสูบที่เพิ่มแรงอัดจากเดิม 11.0:1 เป็น 12.0:1 และ Throttle body คู่ที่ช่วยให้การไหลเวียนของไอดีและไอเสียดียิ่งขึ้น แชสซีใหม่ที่แม้ลดมุม Rake และ Trail ลง แต่ก็เพิ่มความสูงของรถขึ้นรวมถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของวงล้อหลังก็มีขนาดกว้างขึ้นจาก 15 นิ้วเป็น 17 นิ้วอีกด้วย

 

ดีไซน์

เอกลักษณ์ของ Street Rod เริ่มที่ช่วงหน้าแบบกลับหัวหนา 43 มิลลิเมตรที่แถมสียังเข้ากับเรือนไมล์ที่ติดตั้งอยู่บนแฮนเดิลบาร์แบบ flat อย่างลงตัว กระจกปลายแฮนด์ที่ไม่สูงมากนักช่วยเพิ่มลุคดุดันให้กับ Street Rod ได้เป็นอย่างดี บังโคลนท้ายสั้นกำลังดียิ่งเสริมมาด Street Hooligan ให้ดูดุดันยิ่งขึ้น

 

การผสมผสาน

เพราะ Harley-Davidson เริ่มพัฒนาโมเดล Street Rod ขึ้นจากการทำความเข้าใจกับความต้องการของนักขี่โดยผ่านการสำรวจของเหล่านักขี่มากกว่า 10 ประเทศ และข้อเสนอแนะจากนักขี่มากกว่า 600 คนจนเกิดเป็นการวิจัยและพัฒนาออกมาเป็นมอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นอย่างที่หลายคนได้สัมผัสมาแล้ว

 

ความท้าทาย

มีการหารือกันกระตลอดเวลาภายในทีมพัฒนาเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ให้ออกมาลงตัวที่สุด และคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ควรจะออกมาในลักษณะไหน Fast-rev และ rpm สูงๆหรือว่าจะทำให้ออกมาเป็นอสูรกายเครื่องยนต์แรงบิดแบบ Low-end ดีกว่ากัน จนในที่สุดทีมงาน Harley-Davidson ก็เลือกที่จะโฟกัสกับทั้งสองแนวคิดไปพร้อมๆกัน

 

จุดมุ่งหมายหลัก

การเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ไปพร้อมๆกับรักษาความทนทานของเครื่องยนต์ให้คงเดิมเป็นหนึ่งในสามจุดมุ่งหมายหลักที่ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ต่อมาคือสร้าง Street Rod ให้ออกมาให้เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าโมเดล 500 หรือ 750 ตามที่เหล่าสาวกคาดหวังเอาไว้ สุดท้ายคือสร้างมอเตอร์ไซค์คุณภาพออกมาโดยที่ติดป้ายราคาไม่เกิน 8,699 ดอลลาร์

 

 

 

------

เรียบเรียงโดย HD-Playground

ที่มา... 

motorcyclistonline.com

 

 

ค้นหาใน Playground