2017 STREET ROD มอเตอร์ไซค์ ROADSTER ที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่เหมือนไม่ใช่มอเตอร์ไซค์เครื่อง V-TWIN
หลังจากที่ใช้เวลาไปกับการทดลองขี่ 2017 Street Rod มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Harley-Davidson ที่พัฒนาการมาจากโมเดล Street 750 ก็ทำให้รู้สึกว่าเจ้า Street Rod คันนี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ Naked Roadster เสียมากกว่าครุยเซอร์เครื่อง V-Twin สัญชาติอเมริกัน อาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ 69 แรงม้าที่ส่งกำลังได้มากกว่า Street 750 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ห้าสิ่งที่สร้างความประทับใจ
เครื่องยนต์ Revolution ใหม่สมรรถนะสูง
เครื่องยนต์ V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ 749cc ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Street Rod ที่พัฒนาการมาจากโมเดล Street 750 แต่ส่งกำลังได้มากกว่าถึง 20 เปอร์เซ็นต์และแรงบิดที่สูงกว่าเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ จากรอบเครื่องสูงสุด 9000rpm ถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับเครื่องยนต์ของ Harley-Davidson ซึ่งรอบเครื่องสูงแบบนี้ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการขี่ การจะเร่งเครื่องจาก 2000rpm ลากยาวจนรอบเครื่องสูงถึง 9000rpm นั้นทำได้อย่างง่ายดาย แต่ช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกกำลังดีคือช่วงที่รอบเครื่องทำงานอยู่ที่ 4000rpm ถึง 5000 rpm เพราะเป็นช่วงที่บิดได้ขึ้นมือและสมูธที่สุด
การบังคับรถ
อย่างที่ทราบกันว่าการออกแบบด้านการบังคับมอเตอร์ไซค์ของ Harley-Davidson นั้นจะมีข้อด้อยเล็ก ๆ ที่การบังคับเลี้ยว แต่อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ว่า Street Rod คันนี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใกล้เคียงกับ Naked Roadster แบบสุด ๆ ด้วยเบาะนั่งความสูง 765 มิลลิเมตรและแฮนเดิลบาร์กว้าง ๆ ที่ทำให้การขี่ดุดันยิ่งขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมอเตอร์ไซค์คันนี้จะขี่ได้ดีแบบสุด ๆ ก็ตอนขี่แบบนุ่มนวล และด้วยความปราดเปรียวของรถและแฮนเดิลบาร์ที่กว้างพอสมควรทำให้การบังคับเลี้ยวดีกว่ามอเตอร์ไซค์ของ Harley-Davidson รุ่นอื่น ๆ ด้วยมุมเอียง 37.3 องศาในโค้งขวา และ 40.2 องศาในโค้งซ้าย
ระบบเบรก
มอเตอร์ไซค์รุ่นน้ำหนักเบาของ Harley อย่าง Street 750 หรือ 883 จะมีระบบเบรกที่คุณคาดไม่ถึงด้วยดิสก์เบรกหน้าแบบจานเดียว แต่ Street Rod คันนี้มาพร้อมกับดิสก์หน้าคู่ 300 มิลลิเมตร Dual-Piston Calipers ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเป็นมิตรกับนักขี่มือใหม่อีกต่างหาก ส่วนดิสก์เบรกหลังก็ใช้ขนาด 300 มิลลิเมตรเช่นกันและยังมาพร้อมกับระบบ ABS ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ตำแหน่งเบาะนั่ง
Street Rod เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่มีตำแหน่งของเบาะนั่งค่อนข้างแปลกตา พักเท้าก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องเหยียดขาออกไปข้างหน้ามากนัก ระยะห่างจากแฮนเดิลบาร์ก็อยู่ในระยะที่กำลังพอเหมาะไม่ต้องเหยียดตัวออกไปเพื่อบังคับรถตัวเบาะเองก็ค่อนข้างนุ่มนั่งสบายเหมาะกับการขี่ระยะกลาง ๆ
รูปลักษณ์
เช่นเดียวกับโมเดลอื่น ๆ ในตระกูล Dark Custom ของ Harley ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย พาร์ทที่เป็นโครเมียมนั้นมีน้อยมากและโทนสีเข้ม ๆ อึมครึมก็ดูจะเข้ากันเป็นอย่างดี ช่วงท้ายหนาและสั้นไม่เพียงสะท้อนความเป็นดีไซน์ยุคเก่าเท่านั้นแต่ยังเป็นทำให้ Street Rod ดูดุดันแบบ Muscle Roadster ด้วย
สองข้อที่รู้สึกขัดใจ
พักเท้าด้านขวา
ท่อไอเสียของ Street Rod ค่อนข้างจะยื่นลงต่ำแต่มันดันไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นพักเท้าข้างขวาเสียมากกว่าดังนั้น Harley จึงปรับให้พักเท้าด้านขวายื่นออกไปมากกว่าข้างซ้ายเล็กน้อย ทำให้รู้สึกแปลก ๆ เวลาขี่แม้ว่าจะมีการใส่เพลตกันส้นเท้าสัมผัสกับท่อไอเสียเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ส้นเท้าละลายก็ตามแต่มันก็ดันเป็นตัวนำแรงสั่นเบา ๆ จากท่อไอเสียมาสู่นักขี่เสียอย่างนั้น แต่หากขี่ด้วยความเร็วต่ำหรือปานกลางก็จะไม้รู้สึกอะไร แต่หากขี่ด้วยรอบเครื่องที่เกิน 4000rpm แล้วล่ะก็ บันเทิงส้นเท้าขวาสุด ๆ ล่ะงานนี้
บาร์ที่กว้างเกินไป
แน่นอนว่าแฮนเดิลบาร์กว้าง ๆ ของ Street Rod มีส่วนช่วยให้การบังคับเลี้ยวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่มันก็ค่อนข้างจะเกะกะอยู่พอสมควรเมื่อขี่ฝ่าการจราจรในเมือง ซึ่งก็น่าแปลกที่ Harley บอกเอาไว้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะจะใช้ขี่ในเมือง เพราะตัวบาร์เองก็เก้งก้างพออยู่แล้ว กระจกปลายแฮนด์นี่แหละที่เกะกะยิ่งกว่า หากขี่ผ่านการจราจรหนาแน่นจะทำให้แทรกตัวผ่านไปลำบากมาก ๆ ทีเดียว ปัญหาบาร์กว้างติดกระจกปลายแฮนด์นั้นอาจจะไม่ใช้ปัญหาใหญ่สำหรับหลาย ๆ คนแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นเรื่องแปลกสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ Urban ที่สมบูรณ์แบบที่สุดอยู่ดี
------
เรียบเรียงโดย HD-Playground
ที่มา...
